4 เหตุผลที่คุณไม่ควรเอาสุนัขขึ้นไปบนที่นอนของคุณ

สุนัขเป็นสัตว์ที่อยู่ไม่สุข มันชอบกัดสิ่งของต่างๆ รอบกายเล่นตามสัญชาตญาณ ซึ่งก็อาจจะรวมถึงที่นอน ที่นอน Topper หมอน ตุ๊กตาและเครื่องนอนอื่นๆ ของคุณด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หลีกเลี่ยงการนำเอาน้องหมา ขึ้นไปบนที่นอนอย่างเด็ดขาดน่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขนของหมา น่ารำคาญไม่แพ้ขนแมว แม้ว่าขนของหมาจะมีความหยาบและใหญ่กว่าขนแมวอย่างมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้มันสามารถสร้างความน่ารำคาญได้น้อยกว่ากัน เพราะขนหมานั้นก็มักจะแทรกตัวอยู่ตามซอกมุมของที่นอน หรือที่นอน Topper ของคุณนั่นเอง เวลาจะทำความสะอาดต้องเอาเครื่องดูดฝุ่นมาค่อยๆ เลาะตามมุมต่างๆ ทำให้เสียเวลาอย่างมาก สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความสกปรกเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะเป็นสัตว์ที่อยู่นิ่งไม่เป็น มักวิ่งเล่นตามที่ต่างๆ ในบ้านเสมอ อาจทำให้สิ่งสกปรกติดมาเช่น คราบโคลน  คราบปัสสาวะ อุจจาระ คราบอาหาร เศษฝุ่นเศษหญ้า เป็นต้น ดังนั้นคุณไม่ควรที่จะให้น้องหมาเข้ามาเล่นในห้องนอน และไม่ควรให้ขึ้นไปเล่นบนที่นอน และที่นอน Topper ของคุณอย่างเด็ดขาดจะช่วยป้องกันไม่ให้ที่นอน และที่นอน Topper ของคุณเลอะคราบสกปรกที่เกิดจากน้องหมาได้นั่นเอง สุนัขเป็นสัตว์พาหะของแมลงจำพวกเห็บหรือหมัด เช่นเดียวกับแมว ซึ่งแมลงเหล่านี้ เป็นพาหะของโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์อีกที รวมถึงเป็นแมลงรำคาญที่ก่อกวนการนอนหลับของคุณ โดยเฉพาะสุนัขที่อาจจะไม่ได้รักษาความสะอาดอย่างสมควร ไม่ควรให้เข้าห้องนอนเลยจะดีที่สุด

4 เหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรปล่อยให้แมวขึ้นมาเล่นบนที่นอน และที่นอน Topper ของคุณ

แมวเป็นสัตว์ที่มีขนนุ่มฟู ซึ่งทำให้มันดูน่ารักน่ากอดก็จริง แต่ขนเหล่านี้มักจะร่วงหล่นอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อมันขึ้นมาเล่นบนที่นอน ขนแมวก็จะร่วงหล่นลงบนที่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำความสะอาดได้ยากมากๆ เพราะขนแมวมีน้ำหนักที่เบา ปลิวง่าย แต่สามารถแทรกซึมตามซอกตามมุมได้ดี ต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นค่อยๆ ทำความสะอาดตามซอกมุมจนกว่าเส้นขนจะหายไป แมวเป็นสัตว์ที่มีเล็บแหลมคม และมันชอบลับเล็บของมันกับวัสดุต่างๆ รวมถึงที่นอนและที่นอน Topper ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าสามารถก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรง เพราะเล็บแมวนั้นคมอย่างมาก นอกจากนั้นระหว่างที่แมวกำลังเล่น บนที่นอน ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับที่นอน หรือเครื่องนอนได้อย่างไม่ตั้งใจเช่นกัน ดังนั้นไม่จำเป็นอย่าให้แมวขึ้นไปเล่นบนที่นอน หรือเตียงนอนของคุณครับ แมวอาจก่อให้เกิดคราบสกปรกได้ง่ายมาก เพราะถึงอย่างไรแมวก็เป็นสัตว์ที่ไม่สามารถดูแลรักษาความสะอาดได้ด้วยตัวมันเอง จึงอาจก่อให้เกิดคราบสกปรกขึ้นได้เป็นต้นว่า คราบน้ำลาย คราบปัสสาวะ คราบสกปรกที่ติดมากับอุ้งเท้า อุจจาระ เป็นต้น แมวเป็นสัตว์ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในพาหะของแมลงจำพวกหมัด หรือเห็บ ซึ่งเป็นแมลงที่ก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์โดยตรง โดยเฉพาะแมวที่ไม่ได้รับการรักษาความสะอาดที่ดีพอนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรเอาขึ้นมาบนที่นอนอย่างเด็ดขาด ทางที่ดีคือไม่เอาเข้าห้องนอนเลยดีกว่าครับ

เทคนิคการกำจัดกลิ่นปัสสาวะ บนเม็มโมรี่ โฟม

สำหรับคราบปัสสาวะที่เจิ่งนอง บนที่นอน Topper หรือยังเปียกชื้นอยู่ ให้หากระดาษชำระ ซึ่งสามารถซับน้ำได้ดี มาซับน้ำออกให้หมดก่อนโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยให้คราบปัสสาวะแห้งเองเด็ดขาด เพราะมันจะติดแน่นลงบนเนื้อที่นอนทั้งเรื่องของกลิ่น และคราบสกปรก ที่ทำความสะอาดทิ้งไปได้ยาก แต่หากคราบปัสสาวะแห้งแล้ว ให้นำเอาน้ำสมสายชู มาผสมกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วเอาไปเช็ดบริเวณคราบปัสสาวะ น้ำส้มสายชูจะทำการดูดซับเอากลิ่นแอมโมเนีย ที่อยู่ในปัสสาวะ ออกจนหมด ทำให้ที่นอน Topper เม็มโมรี่โฟมของคุณไม่มีกลิ่นปัสสาวะติดค้าง จากนั้นเอาผ้าสะอาดอีกผืนหนึ่ง มาชุบน้ำเปล่า แล้วเช็ดน้ำส้มสายชูออกจนหมด ก่อนใช้ผ้าแห้งมาซับความเปียกชื้นออกจนหมด อีกวิธีการหนึ่ง คือการโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่ว ที่นอน Topper ของคุณ โดยเบกกิ้งโซดา นั้นจะมีสรรพคุณในการทำความสะอาดกลิ่น โดยการดูดซับมันออกไป อย่างไรก็ตามควรโรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อกำจัดคราบสกปรกที่เหลืออยู่ทิ้งไป เอาที่นอน หรือที่นอน Topper ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดแล้ว ไปผึ่งลม เพื่อให้แห้ง เพราะที่นอน Topper ประเภทเม็มโมรี่โฟมนั้น เป็นที่นอนประเภทที่ไม่สามารถตากแดดได้ เพราะความร้อนสามารถทำลายเนื้อโฟมได้โดยตรง ดังนั้นแทนที่จะเอาไปตากแดด หาบริเวณร่มรื่น ที่ลมพัดโกรกดีๆ หน่อย […]

เทคนิคการยืดอายุการใช้งานผ้าปูที่นอนของคุณ

คุณควรทำการล้างเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนเข้านอน และไม่ควรที่จะนอนทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ สาเหตุก็เพราะว่าเครื่องสำอางนั้นมีส่วนในการทำให้ผ้าปูที่นอนของคุณสกปรกได้ และเป็นสิ่งสกปรกที่ล้างทำความสะอาดได้ยาก นอกจากนั้นเครื่องสำอางบางประเภท (เช่น ลิปสติก) ยังสามารถที่จะซึมลงไปสู่ชั้นของที่นอน หรือที่นอน Topper ที่คุณใช้งานอยู่ได้อีกด้วย ดังนั้น เสียเวลาเล็กน้อยในการล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอนจะดีกว่า หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารบนเตียง เพราะอาหารสามารถสร้างคราบสกปรกให้เกิดขึ้นได้ และเป็นคราบที่ติดแน่นบนเนื้อผ้าปูที่นอน ไม่สามารถซักทำความสะอาดได้ง่าย นอกจากนั้นคราบอาหารบางประเภท ยังสามารถที่จะซึมเข้าสู่ชั้นในของที่นอน หรือที่นอน Topper ได้โดยง่าย กลายเป็นว่าจะทำให้เครื่องนอนของคุณนั้นสกปรกไปหมด และมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับที่นอน หรือที่นอน Topper ได้ ทำความสะอาดเฉพาะจุดทันที เมื่อเกิดคราบความสกปรกขึ้น หรือเกิดความเปียกชื้นบนที่นอน โดยการใช้ผ้าซับความเปียกชื้นออกให้หมดทันที คุณอาจจะเลือกใช้ผ้าคลุมที่นอน หรือที่นอน Topper แบบกันน้ำ เพื่อป้องกันความสกปรก และความชื้นซึมลงไปยังที่นอน หรือที่นอน Topper ซักผ้าปูที่นอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าปูที่นอนของคุณกลายเป็นแหล่งสะสมของเหงื่อไคล คราบสกปรก และฝุ่น เพราะระหว่างการนอนหลับนั้น ร่างกายมนุษย์จะมีการปล่อยเหงื่อ ไคล น้ำมูก น้ำลาย ออกมาตลอดเวลา หากปล่อยไว้ไม่ทำความสะอาดเคื่องนอนเป็นประจำ มันก็จะเหม็นอับ และมีคราบสกปรกไม่น่ามองเกิดขึ้น

ทำไมคราบปัสสาวะ จึงส่งผลเสียต่อที่นอน หรือที่นอน Topper ของคุณ

เป็นคราบที่เกิดขึ้นได้ชนิดที่ไม่รู้ตัว : โดยมากมักเกิดจากเด็กและคนแก่ที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะระหว่างการนอนหลับได้ ซึ่งระมัดระวังได้ยากครับ อย่างไรก็ตามคุณสามารถป้องกันคราบปัสสาวะซึมลงในที่นอน และที่นอน Topper ได้ด้วยการเลือกใช้ผ้าคลุมแบบพลาสติก(กันน้ำ) ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งความอับชื้นคราบสกปรก และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงการใส่แพมเพิร์สให้กับผู้นอนที่มีปัญหาเรื่องของการปัสสาวะ จะช่วยได้อีกทางหนึ่ง เป็นคราบที่ทำความสะอาดได้ยากมากๆ : อย่างที่รู้กันว่าคราบปัสสาวะนั้นเป็นคราบที่สามารถติดแน่นบนสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่นอน หรือที่นอน Topper ประเภทเส้นใยจากขนสัตว์ เส้นใยผ้าฝ้าย ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วแทบจะติดแน่นทนนาน และจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษ หรือน้ำยาขจัดคราบแบบพิเศษ จึงจะสามารถกำจัดคราบปัสสาวะออกไปจากที่นอนของคุณได้ เป็นคราบที่มาพร้อมกับความอับชื้น : อย่าลืมว่าปัสสาวะเป็นของเหลวชนิดหนึ่ง ที่เมื่อซึมลงบนที่นอน และที่นอน Topper แล้วย่อมทิ้งความชื้นเอาไว้ไม่ต่างจากคราบเหงื่อไคลที่เกิดจากการนอนตามปกติเลย ซึ่งอย่างที่บอกว่าคราบความชื้นจากปัสสาวะนั้นทำความสะอาดได้ค่อนข้างยากด้วย จำเป็นจะต้องใช้กรรมวิธีพิเศษ หรือน้ำยาพิเศษที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขจัดคราบประเภทนี้โดยเฉพาะเท่านั้น จึงจะสามารถทำความสะอาดทั้งกลิ่นและคราบให้หมดไปได้ เป็นคราบที่มาพร้อมกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ : ซึ่งก็คือกลิ่นแอมโมเนีย กลิ่นชนิดนี้ทำความสะอาดได้ยากเช่นกัน จะต้องใช้น้ำยาพิเศษ ในการกำจัดกลิ่นโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องตากที่นอนก่อนการใช้งานอีกด้วย ซึ่งกรรมวิธีการค่อนข้างยุ่งยากมากทีเดียว

ทำไมคุณไม่ควรสูบบุหรี่บนที่นอน หรือที่นอน Topper

บุหรี่มีกลิ่นที่เหม็นอย่างมาก เพราะมันเป็นการดูดเอาควันที่เกิดจากการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย แล้วพ่นออกมา ดังนั้นจึงทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น (กลิ่นควัน) หากคุณสูบบุหรี่บนที่นอน หรือในห้องนอน ย่อมหลีกเลี่ยงได้ยากที่ควันจะไม่เกาะตามที่นอน หรือที่นอน Topper ซึ่งจะทำให้ที่นอนนั้นๆ เกิดกลิ่นอับที่เหม็นกว่ากลิ่นอับธรรมดาได้นั่นเอง ขี้เถ้าจากการเผาไหม้ของบุหรี่ อาจส่งผลเสียต่อที่นอน หรือที่นอน Topper ของคุณได้ เพราะบางครั้ง เถ้าเหล่านี้อาจยังติดสะเก็ดไฟอยู่ ส่งผลทำให้สะเก็ดไฟนั้นเมื่อร่วงหล่นบนที่นอน สามารถสร้างความเสียหายกับที่นอน นั้นๆ โดยตรง คราบที่เกิดจากบุหรี่ (เช่น คราบเขม่า คราบควัน หรือคราบน้ำลายที่ปนเปื้อนสารพิษจากบุหรี่) มักเป็นคราบที่ทำความสะอาดได้ยากมากๆจะต้องใช้น้ำยาชนิดพิเศษ และกระบวนการทำความสะอาด อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นใยของที่นอนได้อีกด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณไม่ควรสูบบุหรี่ บนที่นอน หรือที่นอน Topper อย่างเด็ดขาด ก้นบุหรี่ ที่สูบแล้ว (ประเภทที่มีไส้กรอง) เป็นขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นอับต่อที่นอน และห้องนอนของคุณ นอกจากนั้นหากทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นใยที่นอนโดยตรงและอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ เพราะก้นบุหรี่ จะมีไฟที่เหลือจากการเผาไหม้เหลืออยู่ หากทิ้งไม่เป็นที่เป็นทางหรือไม่ได้ดับก่อน ย่อมส่งผลร้ายแรงเกิดขึ้นนั่นเอง บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นคุณควรเลิกสูบในทุกๆ โอกาสจะดีกว่า

เทคนิคการกำจัดกลิ่นอ้วก บนที่นอน Topper ของคุณ

ทำการเอาแผ่นที่นอน และที่นอน Topper ออกจากเตียงของคุณก่อนเป็นอันดับแรก โดยแยกส่วนของที่นอนและเครื่องนอน ที่สกปรกจากกลิ่นอ้วกออกมา จากที่นอนที่ไม่ได้เลอะ สำหรับที่นอน Topper ที่มีผ้าปูที่นอน ควรถอดออกมาเพื่อทำการซักต่างหาก หากคราบอ้วกบนที่นอนยังเปียกอยู่ ให้รีบหาผ้าแห้งมาเช็ดออกให้สะอาดโดยเร็ว อย่าปล่อยให้มันแห้งติดกับที่นอน หรือที่นอน Topper ของคุณอย่างเด็ดขาด เพราะว่ามันจะกำจัดได้ยาก ทั้งคราบสกปรกและกลิ่นที่ติดอยู่บนที่นอน ทำการผสมสบู่เหลวสูตรอ่อนโยนลงในน้ำอุ่น ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ตีให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วเอาผ้าสะอาด มาทำการจุ่มลงไปในน้ำสบู่ที่ได้ แล้วบิดหมาด ก่อนนำไปเช็ดคราบอ้วกบนที่นอน ให้ครบทุกจุด แล้วเอาผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่ามาเช็ดคราบสบู่ออกไปอีกครั้งหนึ่ง อีกวิธีการหนึ่ง คือผสมน้ำเปล่ากับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วน 1: 3 แล้วเอาผ้าสะอาด มาทำการจุ่มลงไปในน้ำสบู่ที่ได้ แล้วบิดหมาด ก่อนนำไปเช็ดคราบอ้วกบนที่นอน ให้ครบทุกจุด แล้วเอาผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่ามาเช็ดคราบสบู่ออกไปอีกครั้งหนึ่ง (กลิ่นน้ำส้มสายชูจะหายไปเองเมื่อที่นอน ที่นอน Topper ของคุณแห้ง) ทำการผึ่งหรือตากที่นอน ให้แห้ง หากคุณยังกลัวว่าจะมีกลิ่นหลงเหลืออาจจะใช้วิธีการพ่นน้ำหอมบางๆ ลงบนที่นอน เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ และทำให้ที่นอน ที่นอน Topper ของคุณกลับมาหอมอีกครั้ง

เทคนิคในการซักผ้าปูที่นอน (ผ้าขาว) อย่างถูกต้อง

ควรทำการซักผ้าปูที่นอน หรือผ้าปูที่นอน Topper ครั้งละ 1 ผืนต่อรอบเท่านั้น (กรณีซักเครื่อง) เพื่อที่ว่าเครื่องจะได้สามารถทำความสะอาดผ้าปูที่นอนผืนนั้นได้อย่างลึกล้ำ ควรทราบว่าหากใส่ผ้าปูที่นอนมากเกินไป ประสิทธิภาพในการกำจัดคราบสกปรกจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นผ้าที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องในระยะยาวได้ เลือกน้ำยาซักผ้าที่เหมาะสำหรับผ้าปูที่นอนของคุณ สำหรับผ้าขาวควรเลือกน้ำยาซักผ้าขาว ซึ่งจะทำให้ที่นอนของคุณดูขาวสว่างมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลีกเลี่ยงการใช้งานไฮโดรเจนเปอร์อ็อกไวด์ ในกระบวนการซักผ้าปูที่นอน เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยของผ้าปูที่นอนถูกทำลาย หรือเสื่อมสภาพได้ง่าย เลือกซักผ้าปูที่นอนของคุณด้วยน้ำร้อน (32-35 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำร้อนนั้น จะมีผลทำให้คราบที่ติดแน่นบนเนื้อผ้า นั้นหลุดออกมาได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งทำให้ผ้าขาวสะอาดน่าใช้งานมากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามอย่าลืมตรวจสอบฉลากของผ้าปูที่นอนของคุณด้วย ว่าสามารถซักได้ที่ความร้อนสูงสุดเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าเสียหายจากอุณหภูมิระหว่างกระบวนการซัก ควรทำการอบผ้าปูที่นอนทุกครั้งหลังการซัก เพื่อการตากแห้งที่รวดเร็วมากขึ้น ทำการตากผ้าปูที่นอน ในพื้นที่ที่มีแสงแดดอย่างเพียงพอ หรือมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก (ผ้าปูที่นอนของคุณควรแห้งภายใน 1-3 ชั่วโมง หลังการอบแห้งแล้ว)

5 ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา ทำไมคุณควรมีติดบ้านไว้เพื่อทำความสะอาดที่นอน

เบกกิ้งโซดาช่วยกำจัดความชื้นได้เป็นอย่างดี โดยที่นอนนั้นเป็นแหล่งสะสมความชื้นได้ดีกว่าพวกเสื้อผ้าอย่างมาก เพราะมักบุด้วยนวมหรือเส้นใยที่มีความอ่อนนุ่ม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเกิดการอับชื้นได้ง่ายเมื่อใช้งานไปสักระยะ แต่คุณสามารถที่จะกำจัดความชื้นได้ โดยการโรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกครับ เบกกิ้งโซดา ช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อันเกิดจากการใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะเบกกิ้งโซดานั้น เป็นสารเคมีที่จะดูดซับเอากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เอาไว้ เพียงแค่โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก เท่านี้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะเบาบางลง หรือหายไปได้ครับ เบกกิ้งโซดา สามารถที่จะช่วยทำให้ที่นอนที่เปียกโชกของคุณแห้งได้อย่างรวดเร็ว (เช่นอาจจะเกิดการปัสสาวะใส่ เป็นต้น) ซึ่งจะมีผลดีต่อการทำความสะอาด เพราะการปล่อยให้ที่นอน หรือที่นอน Topper เปียกโชกนานเกินไป มักส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรง เบกกิ้งโซดาสามารถที่จะกำจัดคราบไม่พึงประสงค์ บนที่นอน หรือที่นอน Topper ได้ เพียงแค่เอามาผสมกับน้ำอุ่นแล้วเอาไปขัดคราบบนที่นอน หรือที่นอน Topper จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดออก คราบจะจางลงหรือหายไป เบกกิ้งโซดา นั้นไม่มีสรรพคุณในการกัดกร่อนเส้นใยเหมือนกับน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป จึงเหมาะกับการใช้ทำความสะอาดเครื่องนอน